หลายคนเคยอาจเจอปัญหาอาการเครื่องคอมพิวเตอร์ช้า คอมพิวเตอร์ค้าง หรือกว่าจะเปิดโปรแกรมขึ้นมาใช้งานแต่ละทีก็ช้าซะเหลือเกิน ตอนแรกอาจจะนึกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ติดไวรัส ยกไปที่ร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ลงโปรแกรมใหม่ แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ยังช้าอยู่ ซึ่งสาเหตุจริง ๆ อาจเกิดมาจากการทำงานของ Processes ใน Windows บางตัวทำงานอย่างหนัก จึงทำให้การทำงานของ Disk มี Active time สูง ที่ประมาณ 80 – 100% อยู่ตลอดเวลา และไม่มีท่าทีว่าจะลดลง จึงทำให้ประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของเครื่องคอมพิวเตอร์ช้าลงไปด้วย

ซึ่งอาการ Disk 100% จะพบได้บ่อยในคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คที่ใช้ Harddisk แบบจานหมุนเป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูล แต่จะไม่พบปัญหาในคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คที่ใช้ SSD (Solid State Drive) เนื่องจาก Harddisk แบบจานหมุน ต้องอาศัยรอบหมุนในการเข้าอ่าน/เขียน ข้อมูลต่าง ๆ จึงทำให้ความเร็วในการอ่านข้อมูลทำได้ช้ากว่า SSD

ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจาก Features ของวินโดวบางตัวที่ทำงานอยู่เบื้องหลังของระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมแอนตี้ไวรัสกำลังทำการสแกนไวรัสภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งหากคอมพิวเตอร์สเปคไม่สูง ก็จะทำให้การทำงานของโปรแกรม ใช้ทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์พอสมควร

ฟีเจอร์ Optimize and Defragment ซึ่งเป็นการจัดเรียงข้อมูลของไฟล์ภายในเครื่องที่ทำงานอยู่เบื้องหลังบนระบบปฏิบัติการ เพื่อให้ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่บน Harddisk มีความเป็นระเบียบเพื่อให้การเรียกใช้งานทำได้อย่างรวดเร็ว แต่สำหรับคอมพิวเตอร์ที่มีสเปคไม่สูงก็อาจจะทำงานได้ช้าลงเช่นกัน

วิธีการแก้ไขปัญหา Disk 100%

ปิดการทำงานของเซอร์วิส Superfetch

  • พิมพ์ Windows + R จากนั้นใส่ services.msc แล้วกด OK
  • ค้นหา Superfetch จากนั้น คลิกขวาเลือก Stop เพื่อหยุดการทำงาน
  • จากนั้นให้ไปที่ Properties แล้วเลือกที่ Startup type : เป็น Disabled

ปิด Windows Update ไม่ให้มีการอัปเดตอัตโนมัติ

ปิดการ Defragment ของ Disk

  • ไปที่ Drive C ของเราจากนั้นคลิกขวาเลือก Properties
  • เลือก Tools > เลือก Optimize
  • เลือก Drive C > คลิก Change Settings > เอา เครื่องหมายติ้กถูก ออกจาก Run on a schedule กด OK > Close > OK